วันที่ 23 ธ.ค. 68 เฟซบุ๊กเพจ “Army military Force” โพสต์คลิปวิดีโอระบุข้อความว่า “ทหารช่าง กองทัพบกไทยกำลังดำเนินการเข้ารื้อถอนรูปปั้นเทพเจ้าฮินดูในพื้นที่ช่องอานม้า ซึ่งทหารกัมพูชาได้สร้างไว้บนดินแดนประเทศไทย โดยปฏิบัติการนี้มีขึ้นทันทีหลังจากที่กองทัพไทยสามารถบุกเข้ายึดคืนพื้นที่ และสถาปนาความมั่นคงได้สำเร็จ เพื่อเป็นการทำลายสัญลักษณ์ที่ฝ่ายกัมพูชาใช้ในการอ้างสิทธิเหนือพื้นที่ของไทยอย่างผิดกฎหมาย”
ท่ามกลางชาวเน็ตคนไทยที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น อาทิ ฮุน เซน มีสะอื้น, เมืองไทยเมืองพุทธ บ่แม่นลัทธิฮินดู ผีที่ไหน, จัดไป อย่าให้มันมีข้ออ้างเหมือนเขาพระวิหารในอดีต,สุดๆ ทหารกล้าของไทยเรา เอาให้สิ้นสภาพไปเลย,อัดอั้นมานาน จัดเลย เป็นต้น
ขณะที่ชาวเน็ตคนกัมพูชาได้เห็นคลิปดังกล่าวถึงกับร้องไห้น้ำตาไหล อัดคลิปประณามไทยลงโซเชียล ด้วยความโกรธแค้น ที่ประเทศไทยได้ใช้รถแบคโฮดันทำลายรูปปั้นปูนนี้ทิ้งว่า “ฝากพี่น้องเขมรเราช่วยกดแชร์ ปุ่มอยู่ขวามือด้านล่าง พี่น้องทั้งหมดทุกคนครับ ขอให้ความพินาศจงย้อนกลับไปถึงไอ้พวกโจรเสียมไอ้เดรัจฉาน รูปปั้นเทพเจ้าฮินดูได้พังทะลายหมดสิ้นแล้ว พวกมันเลวทรามมากพี่น้องเราจะจดจำไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ขอให้น้ำตาพวกมันจงเอ่อล้นมาถึงกัมพูชา ขอให้สาบสูญ จำไว้นะไอ้พวกโจรเสียม ถ้าผมมีเรื่องราวใหม่ๆจะมาอัปเดตบอก เราในฐานะลูกหลานเขมรมันน่าเจ็บใจเป็นอย่างยิ่ง ฝากทุกคนติดตามผมด้วย”

สุดยอดซูเปอร์คาร์ปี 2025: สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับบนท้องถนน
ตลาดซูเปอร์คาร์ในปี 2025 ยังคงร้อนแรงไม่มีตก การแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งสุดยอดรถยนต์สมรรถนะสูงที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยและความหรูหรายังคงดุเดือด ผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกต่างงัดกลยุทธ์และนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาประชันกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของนักสะสมและผู้ที่หลงใหลในความเร็วและดีไซน์ที่เหนือชั้น ในบทความนี้ เราจะพาคุณดำดิ่งสู่โลกของซูเปอร์คาร์ที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2025 สัมผัสกับสมรรถนะอันเร้าใจ การออกแบบที่น่าทึ่ง และเทคโนโลยีที่จะพาคุณไปสู่อีกระดับของการขับขี่
Ferrari 296 GTB: พลังไฮบริด V6 ที่ปฏิวัติวงการซูเปอร์คาร์
Ferrari 296 GTB คือนิยามใหม่ของซูเปอร์คาร์ไฮบริดที่มาพร้อมกับสมรรถนะที่เหนือความคาดหมาย รถยนต์สปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางขับเคลื่อนล้อหลังคันนี้ สร้างปรากฏการณ์ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2022 ด้วยการเป็นซูเปอร์คาร์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของ Ferrari ที่ใช้เครื่องยนต์ V6 อันทรงพลัง และเป็นจุดเริ่มต้นของตระกูล GTB รุ่นใหม่ 296 GTB เข้ามาแทนที่ 488 GTB ด้วยขุมพลังที่ได้รับการอัพเกรดอย่างก้าวกระโดด
หัวใจของ 296 GTB คือเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบชาร์จเจอร์ ขนาด 2.9 ลิตร ที่ผลิตพละกำลังได้ถึง 653 แรงม้า (488 กิโลวัตต์) ผสานรวมกับมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง 167 แรงม้า (123 กิโลวัตต์) ส่งผลให้กำลังรวมสูงสุดอยู่ที่ 830 แรงม้า (619 กิโลวัตต์) พร้อมแรงบิดมหาศาล 740 นิวตันเมตร (546 ฟุต-ปอนด์) การทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้านั้นถูกออกแบบมาอย่างชาญฉลาด โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะขับเคลื่อนล้อหลังโดยตรง ในขณะที่เครื่องยนต์ V6 ก็สามารถส่งกำลังไปยังล้อหน้าและล้อหลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ผลลัพธ์คืออัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่น่าทึ่งเพียง 2.9 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 330 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยิ่งไปกว่านั้น 296 GTB ยังสามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ถึง 25 กิโลเมตร ทำให้เป็นซูเปอร์คาร์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ในด้านการออกแบบ 296 GTB ยังคงสืบทอด DNA อันเป็นเอกลักษณ์ของ Ferrari แต่มีการปรับปรุงรายละเอียดให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ไฟหน้าและไฟท้ายได้รับการออกแบบใหม่ กันชนหน้าและหลังถูกปรับปรุงให้มีความดุดันยิ่งขึ้น พร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่ด้านข้าง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อน ภายในห้องโดยสารสะท้อนถึงปรัชญาการออกแบบที่เรียบง่ายแต่ทันสมัย โดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 16 นิ้ว ที่วางตำแหน่งอยู่ตรงกลางคอนโซล และหน้าจอแสดงผลขนาดเล็กด้านหลังพวงมาลัย เบาะนั่งสปอร์ตที่โอบกระชับเข้ากับสรีระของผู้ขับขี่อย่างลงตัว มอบประสบการณ์การขับขี่ที่รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถ Ferrari 296 GTB คือซูเปอร์คาร์ที่ทรงพลัง เปี่ยมด้วยเทคโนโลยี และเป็นผู้นำเทรนด์การพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูงในปี 2025 อย่างแท้จริง
Porsche 911 GT3 RS: สุนทรีย์แห่งสนามแข่งบนท้องถนน
Porsche 911 GT3 RS ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ แต่เป็นตำนานแห่งสมรรถนะที่ถูกถ่ายทอดมาหลายทศวรรษ สำหรับรุ่นล่าสุดในปี 2025 นี้ มันยังคงยืนยันสถานะของตัวเองในฐานะหนึ่งในซูเปอร์คาร์ที่เน้นสมรรถนะในสนามแข่งมากที่สุดในโลก แม้จะเปิดตัวครั้งแรกในปี 2015 แต่การปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้ 911 GT3 RS ยังคงเป็นที่ต้องการของนักขับที่แสวงหาประสบการณ์การขับขี่ที่บริสุทธิ์และเร้าใจที่สุด
หัวใจของ 911 GT3 RS คือเครื่องยนต์ 6 สูบนอน ขนาด 4.0 ลิตร ซึ่งได้รับการปรับแต่งอย่างพิถีพิถันเพื่อรีดสมรรถนะสูงสุด แม้จะเป็นเครื่องยนต์แบบไม่มีระบบอัดอากาศ (Naturally Aspirated) แต่ก็สามารถให้กำลังสูงสุดที่น่าประทับใจถึง 520 แรงม้า และแรงบิด 470 นิวตันเมตร ควบคู่ไปกับการตอบสนองที่ฉับไวและเสียงเครื่องยนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Porsche การส่งกำลังทำได้อย่างรวดเร็วผ่านเกียร์คลัทช์คู่ PDK ที่ได้รับการปรับปรุงเป็นพิเศษสำหรับรุ่น RS ส่งผลให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 3.2 วินาที และสามารถทะยานไปได้ถึงความเร็วสูงสุด 312 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สิ่งที่ทำให้ 911 GT3 RS แตกต่างคือการออกแบบที่เน้นหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) เพื่อสร้างแรงกด (Downforce) ให้มากที่สุดในสนามแข่ง ปีกหลังขนาดใหญ่ที่ปรับระดับได้ ระบบกันสะเทือนที่ได้รับการปรับแต่งแบบสปอร์ตอย่างเข้มข้น และเบรกคาลิปเปอร์แบบคาร์บอนเซรามิก ช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างแม่นยำและมั่นคงในทุกสภาวะ ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบมาเพื่อลดน้ำหนักให้มากที่สุด เบาะนั่งสปอร์ตที่โอบกระชับพร้อมเข็มขัดนิรภัย 6 จุด และพวงมาลัยแบบฐานตัด ล้วนเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่สะท้อนถึง DNA ของรถแข่ง Porsche 911 GT3 RS ปี 2025 คือสุดยอดซูเปอร์คาร์สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ที่ท้าทาย ดุดัน และไร้ขีดจำกัดบนทุกเส้นทาง
Lamborghini Huracan Tecnica: สง่างาม ดุดัน และเหนือชั้น
Lamborghini Huracan Tecnica คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความดุดันของซูเปอร์คาร์ในตระกูล Huracan กับความสง่างามที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีอันชาญฉลาด หลังจากเปิดตัวในเดือนเมษายน 2022 รถรุ่นนี้ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ชื่นชอบแบรนด์กระทิงดุ ด้วยการนำเสนอสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม การควบคุมที่เฉียบคม และดีไซน์ที่สะกดทุกสายตา
หัวใจของ Huracan Tecnica คือเครื่องยนต์ V10 ขนาด 5.2 ลิตร แบบไร้ระบบอัดอากาศ อันเป็นตำนานของ Lamborghini ซึ่งในรุ่นนี้สามารถรีดกำลังได้ถึง 640 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดที่ได้รับการปรับแต่งให้ตอบสนองอย่างรวดเร็ว การขับเคลื่อนล้อหลัง (Rear-Wheel Drive) ช่วยเสริมความสนุกสนานในการขับขี่และเพิ่มความคล่องแคล่วในการเข้าโค้ง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้อย่างน่าประทับใจเพียง 3.2 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ดีไซน์ภายนอกของ Huracan Tecnica โดดเด่นด้วยเส้นสายที่เฉียบคมและทรงพลัง กระจังหน้าขนาดใหญ่ ช่องระบายอากาศที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศ กันชนหน้าและหลังมีดีไซน์ใหม่ที่สะท้อนถึงความสปอร์ตและสมรรถนะ ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว เพิ่มความสง่างามให้กับตัวรถ ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูงตามแบบฉบับ Lamborghini เบาะนั่งสปอร์ตที่ให้ความสบายและรองรับสรีระได้อย่างดีเยี่ยม หน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้วสำหรับมาตรวัด และหน้าจอสัมผัสขนาด 8.4 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ช่วยให้การใช้งานสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น Lamborghini Huracan Tecnica คือการผสมผสานระหว่างสุนทรียะแห่งการออกแบบ พลังดิบของเครื่องยนต์ V10 และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้เป็นซูเปอร์คาร์ที่น่าครอบครองสำหรับปี 2025
McLaren Artura: ซูเปอร์คาร์ไฮบริดแห่งยุคใหม่
McLaren Artura คือก้าวสำคัญของ McLaren ในการพัฒนายานยนต์สมรรถนะสูง โดยเป็นซูเปอร์คาร์ไฮบริดรุ่นแรกที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมดที่เรียกว่า MCLA (McLaren Carbon Lightweight Architecture) ซึ่งเน้นการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อรีดน้ำหนักให้ได้มากที่สุด ทำให้รถมีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง การเปิดตัวในปี 2021 เป็นการบ่งบอกถึงทิศทางใหม่ของ McLaren ในการผสมผสานเทคโนโลยีไฮบริดเข้ากับสมรรถนะอันเร้าใจ
หัวใจของ Artura คือระบบส่งกำลังแบบไฮบริดที่ผสานเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบคู่ ขนาด 3.0 ลิตร เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง ระบบนี้สามารถรีดกำลังรวมได้ถึง 680 แรงม้า ส่งผลให้ Artura สามารถพุ่งทะยานจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาอันน่าทึ่งเพียง 2.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 330 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความโดดเด่นของ Artura ยังอยู่ที่การเป็นซูเปอร์คาร์ไฮบริดคันแรกที่มาพร้อมกับระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) และระบบเบรกแบบ Regenerative ซึ่งช่วยในการกักเก็บพลังงานกลับคืนสู่ระบบ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
การออกแบบของ McLaren Artura สะท้อนถึงปรัชญา “Functional Art” ของแบรนด์ โดยเน้นที่เส้นสายที่ลื่นไหลและตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างแรงกดและลดแรงต้านอากาศ ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน โดยยังคงไว้ซึ่งความหรูหราและสปอร์ต พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย McLaren Artura คือซูเปอร์คาร์ที่พร้อมจะพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ด้วยการผสานเทคโนโลยีไฮบริดอันล้ำสมัยเข้ากับสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ของ McLaren
Maserati MC20: สุนทรีย์แห่งการขับขี่สไตล์อิตาเลียน
Maserati MC20 คือการกลับมาของ Maserati ในฐานะผู้ผลิตซูเปอร์คาร์ที่แท้จริง รถยนต์สปอร์ตเครื่องยนต์วางกลาง 2 ที่นั่งคันนี้ เปิดตัวในปี 2020 และเริ่มวางจำหน่ายในปี 2021 มาพร้อมกับดีไซน์ที่งดงามเหนือกาลเวลา และสมรรถนะที่ทรงพลังตามแบบฉบับรถยนต์สไตล์อิตาเลียน
หัวใจของ MC20 คือเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบชาร์จ 3.0 ลิตร ที่พัฒนาขึ้นโดย Maserati เองภายใต้ชื่อ “Nettuno” เครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์นี้สามารถรีดกำลังได้ถึง 630 แรงม้า และแรงบิด 730 นิวตันเมตร ส่งผลให้ MC20 สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.9 วินาที ความพิเศษของ MC20 คือการสร้างขึ้นจากโครงสร้างโมโนค็อกคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งคัน ทำให้น้ำหนักโดยรวมของรถอยู่ที่เพียง 1,500 กิโลกรัม ส่งผลต่อการขับขี่ที่ปราดเปรียวและตอบสนองได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบกันสะเทือนแบบอิสระทั้งสี่ล้อ และระบบเบรกคาร์บอนเซรามิก ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการขับขี่
Maserati MC20 มีให้เลือกหลากหลายรุ่นย่อยเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน ได้แก่ MC20 Coupe รุ่นมาตรฐานที่มาพร้อมหลังคาแข็ง, MC20 Spider รุ่นเปิดประทุนที่มอบประสบการณ์การขับขี่แบบเปิดโล่ง และ MC20 Trofeo รุ่นสมรรถนะสูงที่ได้รับการอัพเกรดเครื่องยนต์และระบบช่วงล่างให้ดุดันยิ่งขึ้น Maserati MC20 คือซูเปอร์คาร์ที่ผสมผสานความหรูหรา สมรรถนะ และสุนทรีย์แห่งการขับขี่สไตล์อิตาเลียนได้อย่างลงตัว
Chevrolet Corvette C8: สัญชาติอเมริกันที่ทะยานสู่อันดับโลก
Chevrolet Corvette C8 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของตำนานรถสปอร์ตอเมริกัน การเปิดตัวรุ่นที่แปดนี้ในปี 2019 ได้พลิกโฉม Corvette จากรถสปอร์ตวางหน้า ไปสู่ซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์วางกลางอย่างเต็มตัว ซึ่งเป็นการยกระดับสมรรถนะและดีไซน์ให้เทียบชั้นกับซูเปอร์คาร์ระดับโลกได้อย่างสง่างาม
หัวใจของ Corvette C8 คือเครื่องยนต์ LT2 V8 ขนาด 6.2 ลิตร ที่ให้กำลัง 495 แรงม้า การวางเครื่องยนต์ไว้ตรงกลางช่วยกระจายน้ำหนักรถได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่งผลให้การขับขี่มีความสมดุลและเฉียบคม การส่งกำลังทำได้อย่างรวดเร็วผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างดี ทำให้สามารถเร่งความเร็วจาก 0-96.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 312 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ดีไซน์ภายนอกของ Corvette C8 มีความโดดเด่นด้วยเส้นสายที่เฉียบคมและสง่างาม ไฟหน้าทรงเรียบง่าย กลมกลืนไปกับตัวรถ กระจกหลังขนาดใหญ่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้สามารถมองเห็นเครื่องยนต์ V8 อันทรงพลังได้อย่างชัดเจน ตัวรถมีร่องระบายอากาศที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อน และท่อไอเสียคู่ที่ติดตั้งอยู่ทั้งสองฝั่ง เพิ่มความดุดันให้กับตัวรถ ไฟท้าย LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบวิ่งตามทิศทางการเลี้ยว ช่วยเพิ่มความทันสมัยและปลอดภัย ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้มีความสปอร์ตและเน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง วัสดุคุณภาพสูงและความใส่ใจในรายละเอียดสะท้อนถึงการยกระดับของ Corvette C8 Chevrolet Corvette C8 ในปี 2025 ยังคงเป็นซูเปอร์คาร์ที่มอบความคุ้มค่าด้วยสมรรถนะอันน่าทึ่ง ดีไซน์ที่สวยงาม และความเป็นสัญลักษณ์ของยานยนต์สมรรถนะสูงสัญชาติอเมริกัน
ปี 2025 คือปีทองของซูเปอร์คาร์ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับสมรรถนะอันเร้าใจ รถยนต์เหล่านี้ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่คือผลงานศิลปะแห่งวิศวกรรมที่พร้อมจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในความเร็ว ดีไซน์ และเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุดนิ่ง โลกของซูเปอร์คาร์เหล่านี้กำลังรอให้คุณมาสัมผัส.
ค้นพบซูเปอร์คาร์ในฝันของคุณ และสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่น่าจดจำได้แล้ววันนี้!

